ปราชญ์ชุมชนด้านปลูกพืชไร่นาสวนผสม นายกสิณ พรมพันธุ์

ปราชญ์ชุมชนด้านปลูกพืชไร่นาสวนผสม นายกสิณ พรมพันธุ์… วัน/เดือน/ปีเกิด 22 มีนาคม 2511 อายุ 48 ปีบันทึกความรู้ของปราชญ์/ผู้ประสบความสำเร็จด้านอาชีพ 1. ความเป็นมา สืบทอดการเกษตรกรรมจากพ่อแม่ และจากนั้นได้ศึกษาหลักการปลูกพืชตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ช่วงแรกได้ทำการปลูกหอมแดง แต่ต่อมาก็เริ่มคิดว่าการปลูกพืชเชิงเดี่ยวตามกระแส นั้นมีความเสี่ยงสูง จึงได้กลับมายึดคำสอนของพระพุทธเจ้าเรื่อง “อัตตาหิ อัตตาโน นาโถ” และหลักธรรมของท่านพุทธทาสคือ “การทำงานเพื่อเงินนั้นต้องรอจนกว่าได้เงินเสียก่อนจึงจะรู้สึกพอใจและมีความสุข แต่การทำงานเพื่องาน พอลงมือทำก็พอใจแล้วและจะเป็นสุขในทันที ส่วนเงินนั้นก็จะไปไหนเสีย ” โดยพยายามหาทิศทางการเกษตรเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง โดยดำเนินกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น งานด้านปศุสัตว์ งานด้านการปลูกไม้ยืนต้น เกิดการพึ่งตนเองได้ ลดความเสี่ยง ลดรายจ่าย ลดหนี้สิน…..2. กระบวนการ/วิธีการขั้นตอน/เทคนิค/ข้อพึงระวัง ที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาอาชีพ 2.1 ปรับปรุงสภาพพื้นที่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังมาก่อน ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ เป็นล่อนคลื่น ใช้จอบขุดขนดินตั้งแต่ตีสี่จนดึกและใช้รถสามล้อเครื่องขนปุ๋ยคอกมาใส่ปรับปรุงบำรุงดิน 2.2 การวางระบบงาน ได้วางแผนปลูกพืชหลายชนิด เพื่อลดความเสี่ยงจากราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอนและลดต้นทุนการผลิต โดยใช้วัสดุเหลือใช้จากกิจกรรมหนึ่งไปใช้กับกิจกรรมหนึ่ง มีการกระจายแรงงานตลอดทั้งปี จึงปลูกไม้ผลหลายชนิดคือ) มะม่วง 80 ต้น ฝรั่งกิมจู 50 ต้น กล้วยน้ำว้า 50 ต้น ฝรั่งแป้นสีทอง 80 ต้น มะละกอ 50 ต้น และกล้วยไข่ 50 ต้น เพื่อเป็นพืชหลัก และปลูกพืชอายุสั้นแซมเพื่อเป็นรายได้ เช่น พริก มะเขือ ถั่วฝักยาว และผักอื่นๆ ที่สามารถจำหน่ายให้กับผู้บริโภคในหมู่บ้านและตามความต้องการของตลาด อีกทั้งคำนึงถึงแรงงาน เพื่อใช้แรงงานในครอบครัว 2.3 เพื่อให้สินค้าปลอดภัยจากสารพิษ และลดต้นทุนการผลิตจึงใช้การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน ตั้งแต่การปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด และปุ๋ยคอก ซากพืชจะไม่นำไปเผาหรือนำไปทิ้งที่อื่น เพิ่มอินทรีย์วัตถุให้กับดิน สนับสนุนการเจริญเติบโตให้กับพืช แข็งแรงต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืชต่อไป ไม่ใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช แต่ใช้สารสกัดจากสะเดา หนอนตายอยาก และใช้น้ำหมักชีวภาพจากผลไม้สุก ผัก เป็นต้น สามารถลดต้นทุนได้เป็นจำนวนมาก…. 3. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ มีใจรักในสิ่งที่ทำ มีความอดทน หมั่นหาความรู้และเทคนิคใหม่ ๆ ตลอดเวลา จากการจัดทำไร่นาสวนผสม และการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกพืชที่กิน กินพืชที่ปลูก และทำในสิ่งที่ตนเองใช้ ใช้ในสิ่งที่ทำ เช่น ทำไม้กวาดจากดอกหญ้าในเวลาว่างงาน หรือยามค่ำคืน มีของใช้ มีอาหารรับประทาน ไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยจากภายนอกมากนัก ทำงานโดยไม่ต้องเร่งรีบมากนัก แต่ทำอย่างสม่ำเสมอทำให้สุขภาพไม่ทรุดโทรม มีความสุขกับการทำงาน

(Visited 1 times, 1 visits today)